การเติบโตของย่านราชประสงค์ต้องย้อนกลับไปเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องการสร้างย่านการค้าราชประสงค์ให้เป็นย่านการจับจ่าย เพื่อแข่งขันกับแหล่งช้อปปิ้งของเพื่อนบ้านอย่างถนนออร์ชาร์ดในสิงคโปร์ และในฮ่องกง โดยต้องการเพิ่มมูลค่าให้แหล่งช้อปปิ้งที่มีอยู่ในตอนนั้นคือ เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ โดยมีงบประมาณเริ่มต้นที่ 200 ล้านบาท ใช้สำหรับทำถนนให้เหมาะสำหรับการเดินเชื่อมถึงกัน ตั้งแต่แยกปทุมวันเรื่อยมาตามถนนพระราม 1 จนถึงแยกราชประสงค์
ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ลานเซ็นทรัลเวิลด์ได้ถูกพัฒนาเป็นพื้นที่จัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ เพื่อใช้สำหรับงานเคานต์ดาวน์ นับถอยหลังรับปีใหม่ พร้อมกับการจัดงาน Beer Garden ซึ่งมีประจำอยู่ทุกๆ ปี จนกระทั่งกลายมาเป็นธรรมเนียมจนทุกวันนี้ ในปีระหว่าง 2545 - 2546 กลุ่มธุรกิจในย่านฯ ได้ลงขันกันสร้างทางเดินลอยฟ้า (skywalk) เชื่อมเข้าศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน เพือความสะดวกสบายของลูกค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในย่านราชประสงค์
และเมื่อไม่นานมานี้ ชื่อราชประสงค์จะถูกจดจำไปอีกแสนนานเพราะเป็นพื้นที่ที่กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองใช้ในการชุมนุมช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2553 ซึ่งหลังจากที่ทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ หน้าที่หลักของสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ นำโดย นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมฯ ต้องฟื้นฟูย่านราชประสงค์ให้ปรับตัวเข้าสู่สภาวะเดิมมากที่สุด ตั้งแต่โรงแรม สำนักงาน จนถึงศูนย์การค้า โดยขั้นตอนการรับมือนั้นจะแบ่งเป็น 3 ช่วงหลักด้วยกัน คือการแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว
ในส่วนของมาตรการการรักษาความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการจับจ่ายของนักท่องเที่ยว และผู้ที่เข้ามาในย่านฯ นั้น สมาคมฯ ได้มีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดจำนวน 65 ตัว รอบย่านราชประสงค์ พร้อมเจ้าหน้าที่ดูและตลอด 24 ชม. 7 วัน ซึ่งหลังจากที่ได้ติดตั้งกล้อง CCTV แล้วพบว่า จำนวนการก่ออาชญากรรมลดลงอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการโจรกรรมจากกลุ่มคนต่างชาติที่เข้ามาในเมืองไทย
นอกจากนั้น สมาคมฯ ยังมีการประชุมหารือมาตรการในการวางแผนป้องกันวินาศภัย ในรูปแบบต่างๆ อย่างมีขั้นตอนและจริงจัง อาทิ มาตรการป้องกันอัคคีภัย มาตรการป้องกันการแฝงตัว มาตรการป้องกันการก่อการร้าย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อต่างๆ ได้ที่นิตยสาร GM ฉบับเดือนกรกฎาคม 2553 หน้า 84-87
